วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555
ข่าวลือ! ไมโครซอฟท์เตรียมปล่อยเครื่องมือสนับสนุนการทำ Persistence บน Azure
ข่าวลือ! ไมโครซอฟท์เตรียมปล่อยเครื่องมือสนับสนุนการทำ Persistence บน Azure เว็บไซต์ ZDNet รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่าไมโครซอฟท์เตรียมปล่อยเครื่องมือสนับสนุนการทำ persistence บน virtual machine (VM) บนแพลตฟอร์ม Azure ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีนี้ ทำให้ผู้ใช้ที่ใช้ Azure ในลักษณะ Platform-as-a-Service (PaaS) สามารถโฮสต์ SQL Server, SharePoint Server ฯลฯ ได้โดยที่ข้อมูลจะไม่สูญหายไปไหนเมื่อมีการรีบู๊ต
แหล่งข่าว ระบุว่าเริ่มต้นไมโครซอฟท์จะปล่อยเครื่องมือดังกล่าวสำหรับแพลตฟอร์ม Windows ก่อน จากนั้นจะค่อยเพิ่มการสนับสนุน persistence บน Linux ในภายหลัง โดยผู้ใช้สามารถเลือกที่จะอัพโหลดไฟล์อิมเมจของ Linux เองก็ได้ด้วย
การเพิ่มการสนับสนุนนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถย้าย แอพพลิเคชันของตนไปรันบน Azure ได้ง่ายยิ่งขึ้น และน่าจะทำให้ไมโครซอฟท์มีลูกค้ามาใช้บริการเช่าใช้บริการ Azure เพิ่มมากขึ้น
ข้อมูลจาก : blognone.com
แหล่งข่าว ระบุว่าเริ่มต้นไมโครซอฟท์จะปล่อยเครื่องมือดังกล่าวสำหรับแพลตฟอร์ม Windows ก่อน จากนั้นจะค่อยเพิ่มการสนับสนุน persistence บน Linux ในภายหลัง โดยผู้ใช้สามารถเลือกที่จะอัพโหลดไฟล์อิมเมจของ Linux เองก็ได้ด้วย
การเพิ่มการสนับสนุนนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถย้าย แอพพลิเคชันของตนไปรันบน Azure ได้ง่ายยิ่งขึ้น และน่าจะทำให้ไมโครซอฟท์มีลูกค้ามาใช้บริการเช่าใช้บริการ Azure เพิ่มมากขึ้น
ข้อมูลจาก : blognone.com
Dropbox ทดสอบฟีเจอร์แบ็คอัพรูปภาพจากกล้องดิจิทัล
Dropbox ทดสอบฟีเจอร์แบ็คอัพรูปภาพจากกล้องดิจิทัล
Dropbox รุ่นทดสอบ (Experimental Forum Build) บนพีซีทั้งสามแพลตฟอร์มหลัก เพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยอิมพอร์ตและแบ็คอัพรูปภาพจากกล้องดิจิทัลที่เชื่อมต่อ กับเครื่อง หรือภาพจากการ์ดหน่วยความจำโดยอัตโนมัติ
ฟีเจอร์นี้ยัง อยู่ในขั้นทดลอง ซึ่งถ้า Dropbox ตัดสินใจเดินหน้าต่อจริง ก็น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของ SkyDrive หรือ Google+ Instant Upload โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ Dropbox ส่วนหนึ่งก็วิจารณ์ฟีเจอร์นี้ในหลายๆ ด้าน เช่น บางคนถ่ายรูปเยอะมากจนไม่อยากเก็บรูปภาพให้เปลืองโควต้าของ Dropbox หรือบางคนก็มองว่าฟีเจอร์นี้จะทำให้โปรแกรม Dropbox ซับซ้อนเกินไป
ข้อมูลจาก : blognone.com
ฟีเจอร์นี้ยัง อยู่ในขั้นทดลอง ซึ่งถ้า Dropbox ตัดสินใจเดินหน้าต่อจริง ก็น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของ SkyDrive หรือ Google+ Instant Upload โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ Dropbox ส่วนหนึ่งก็วิจารณ์ฟีเจอร์นี้ในหลายๆ ด้าน เช่น บางคนถ่ายรูปเยอะมากจนไม่อยากเก็บรูปภาพให้เปลืองโควต้าของ Dropbox หรือบางคนก็มองว่าฟีเจอร์นี้จะทำให้โปรแกรม Dropbox ซับซ้อนเกินไป
ข้อมูลจาก : blognone.com
อินเทลแจ้งให้คู่ค้าตัวเองทราบ ว่า Thunderbolt จะเปิดตัวจริงเมษายนปีหน้า
อินเทลแจ้งให้คู่ค้าตัวเองทราบ ว่า Thunderbolt จะเปิดตัวจริงเมษายนปีหน้า
DigiTimes รายงานว่าอินเทลได้แจ้งให้กับคู่ค้าของตัวเองทุกรายทราบว่าเทคโนโลยี Thunderbolt จะเปิดตัวจริงในเดือนเมษายนปี 2012 และจะเริ่มมีเมนบอร์ดที่สนับสนุน Thunderbolt สำหรับโน้ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะออกมาเปิดตัวในเวลาเดียวกัน
อิน เทลเคยออกมากล่าวว่าบริษัทเห็น USB 3.0 และ Thunderbolt เป็นเทคโนโลยีที่เกื้อกูลกัน (complementary) และจะทำการสนับสนุนทั้งสองเทคโนโลยีบนเมนบอร์ดของตัวเองปีหน้า
ข้อมูลจาก : blognone.com
อิน เทลเคยออกมากล่าวว่าบริษัทเห็น USB 3.0 และ Thunderbolt เป็นเทคโนโลยีที่เกื้อกูลกัน (complementary) และจะทำการสนับสนุนทั้งสองเทคโนโลยีบนเมนบอร์ดของตัวเองปีหน้า
ข้อมูลจาก : blognone.com
UC Berkeley เผยเหตุผล ทำไมเลือก Google Apps เหนือ Office 365 ทำระบบอีเมลภายใน
UC Berkeley เผยเหตุผล ทำไมเลือก Google Apps เหนือ Office 365 ทำระบบอีเมลภายใน
University of California at Berkeley (UCB) เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่างมากในโลกไอที ตัวอย่างศิษย์เก่าที่ดังๆ ก็อย่างเช่น Gordon Moore, Andrew Grove, Steve Wozniak, Eric Schmidt เป็นต้น
UCB เพิ่งประกาศเปลี่ยนระบบอีเมลและปฏิทินภายในไปเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากระบบเก่า CalMail ที่ใช้มานานมีปัญหาล่มจนใช้งานไม่ได้ ตัวเลือกที่เข้าข่ายมีเพียงสองรายคือ Google Apps for Education กับ Microsoft Office 365 สุดท้ายทางมหาวิทยาลัยตัดสินใจเลือกกูเกิล
เรื่อง ก็ควรจะจบแค่นี้ไม่มีอะไรต่อ แต่ทาง UCB เลือกจะเปิดเผยเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจเพื่อความโปร่งใส ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีและน่าปฏิบัติตาม
กระบวนการตัดสินใจเลือก ระบบอีเมลของ UCB นั้นซับซ้อน เพราะอยู่ภายใต้กรอบนโยบายด้านความเป็นเลิศทางการปฏิบัติงาน (Operational Excellence - OE)
ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกระบบอีเมลตัวใหม่ ทาง UCB ได้มอบหมายให้ทีมจากภาควิชากฎหมายของมหาวิทยาลัย สำรวจความต้องการของผู้ใช้งาน ผ่านการสัมภาษณ์สต๊าฟและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังรวมรวบข้อมูลทางเทคนิคของระบบอีเมลต่างๆ รวมถึงบทเรียนและประสบการณ์ขององค์กรใกล้เคียงที่เคยใช้ระบบอีเมลเหล่านี้ ด้วย
จากนั้นทีมของ UCB ได้จัดทำตารางเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของ Google Apps กับ Office 365 และเปิดเผยต่อสาธารณะ (Microsoft vs Google Assessment Matrix)
ตาราง นี้เปรียบเทียบข้อมูลทางเทคนิคหลายประการ ซึ่งองค์กรอื่นสามารถนำไปใช้ได้ แต่หลายประเด็นก็ขึ้นกับบริบทการใช้งานของ UCB เองด้วย เช่น เหตุผลข้อหนึ่งที่ Google Apps ชนะเป็นเพราะมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในเครือ University of California เปลี่ยนมาใช้ Google Apps กันหมดแล้ว ทำให้ UCB สามารถขอคำปรึกษาจากมหาวิทยาลัยในเครือได้
ประเด็นทางเทคนิคที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่
ข้อมูลจาก : blognone.com
University of California at Berkeley (UCB) เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่างมากในโลกไอที ตัวอย่างศิษย์เก่าที่ดังๆ ก็อย่างเช่น Gordon Moore, Andrew Grove, Steve Wozniak, Eric Schmidt เป็นต้น
UCB เพิ่งประกาศเปลี่ยนระบบอีเมลและปฏิทินภายในไปเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากระบบเก่า CalMail ที่ใช้มานานมีปัญหาล่มจนใช้งานไม่ได้ ตัวเลือกที่เข้าข่ายมีเพียงสองรายคือ Google Apps for Education กับ Microsoft Office 365 สุดท้ายทางมหาวิทยาลัยตัดสินใจเลือกกูเกิล
เรื่อง ก็ควรจะจบแค่นี้ไม่มีอะไรต่อ แต่ทาง UCB เลือกจะเปิดเผยเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจเพื่อความโปร่งใส ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีและน่าปฏิบัติตาม
กระบวนการตัดสินใจเลือก ระบบอีเมลของ UCB นั้นซับซ้อน เพราะอยู่ภายใต้กรอบนโยบายด้านความเป็นเลิศทางการปฏิบัติงาน (Operational Excellence - OE)
ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกระบบอีเมลตัวใหม่ ทาง UCB ได้มอบหมายให้ทีมจากภาควิชากฎหมายของมหาวิทยาลัย สำรวจความต้องการของผู้ใช้งาน ผ่านการสัมภาษณ์สต๊าฟและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังรวมรวบข้อมูลทางเทคนิคของระบบอีเมลต่างๆ รวมถึงบทเรียนและประสบการณ์ขององค์กรใกล้เคียงที่เคยใช้ระบบอีเมลเหล่านี้ ด้วย
จากนั้นทีมของ UCB ได้จัดทำตารางเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของ Google Apps กับ Office 365 และเปิดเผยต่อสาธารณะ (Microsoft vs Google Assessment Matrix)
ตาราง นี้เปรียบเทียบข้อมูลทางเทคนิคหลายประการ ซึ่งองค์กรอื่นสามารถนำไปใช้ได้ แต่หลายประเด็นก็ขึ้นกับบริบทการใช้งานของ UCB เองด้วย เช่น เหตุผลข้อหนึ่งที่ Google Apps ชนะเป็นเพราะมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในเครือ University of California เปลี่ยนมาใช้ Google Apps กันหมดแล้ว ทำให้ UCB สามารถขอคำปรึกษาจากมหาวิทยาลัยในเครือได้
ประเด็นทางเทคนิคที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่
- การ ย้ายระบบอีเมลเดิมมาใช้ Google Apps ทำได้เร็วกว่า Office 365 เนื่องจากว่า UCB สามารถย้ายข้อมูลจากระบบเดิมมาใส่ Google Apps ได้โดยตรง แต่ถ้าเลือกใช้ Office 365 จะต้องย้ายระบบมายัง Microsoft Exchange ก่อน แล้วจึงค่อยย้ายมายัง Office 365 อีกทีหนึ่ง
- ระบบของ Google Apps สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์จัดการเอกสารองค์กรของ Box ที่ UCB ซื้อมาอยู่แล้วได้ ในขณะที่ Office 365 จะต้องเชื่อมกับ SharePoint และ Lync ของไมโครซอฟท์เท่านั้น
- Google Apps มี API สำหรับเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ภายนอกที่ดีกว่าฝั่งไมโครซอฟท์ และพนักงานของ UCB เองก็คุ้นเคยกับ API ของกูเกิลมากกว่า
- หน้า ตาของ Google Apps คล้ายคลึงกับ Gmail/Google Calendar ที่นักศึกษาจำนวนมากใช้งานด้วยบัญชีส่วนตัวอยู่แล้ว และจากสถิติก็พบว่านักศึกษา 25% ตั้งค่าให้ forward อีเมลของมหาวิทยาลัยไปยัง Gmail อยู่ก่อนแล้ว ในขณะที่ Office 365 เหมาะสำหรับคนที่ใช้ Outlook เป็นประจำอยู่ก่อน ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า
- ระบบ การล็อกอิน (authentication) ของ Office 365 ดีกว่า เพราะสามารถเชื่อมต่อกับระบบที่มีอยู่แล้วอย่าง Active Directory ได้ ส่วนระบบของกูเกิลเหมาะสำหรับการเชื่อมต่อผ่านหน้าเว็บเท่านั้น
- ระบบปฏิทินของ Office 365 เชื่อมต่อกับโปรแกรม client ได้เยอะกว่า โดยรองรับ Outlook for Mac และ Outlook Web App ด้วย
ข้อมูลจาก : blognone.com
กูเกิลออกเครื่องมือสำหรับบริหารเครื่องแมคในองค์กร
กูเกิลออกเครื่องมือสำหรับบริหารเครื่องแมคในองค์กร
ไม่ ใช่ว่ากูเกิลคิดจะบุกเข้ามาทำซอฟต์แวร์สำหรับแมค แต่เป็นเพราะว่ากูเกิลเองมีเครื่องแมคสำหรับพนักงานเป็นจำนวนมาก และการใช้งานคอมพิวเตอร์ในองค์กรย่อมต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดีสัก หน่อย โดยเฉพาะในองค์กรขนาดเดียวกับกูเกิล
ปัญหาคือแมคยังไม่เป็น ที่นิยมในตลาดองค์กรมากนัก และซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการเครื่องแมคยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับฝั่งพี ซี ทางออกของกูเกิลคือเขียนขึ้นใช้เอง และล่าสุดก็เปิดเป็นโอเพนซอร์สให้คนอื่นนำไปใช้ได้ด้วย
โครงการนี้อยู่บน Google Code มีชื่อว่า google-macops โดยกูเกิลจะทยอยปล่อยเครื่องมือออกมาเรื่อยๆ ครับ
ข้อมูลจาก : blognone.com
ปัญหาคือแมคยังไม่เป็น ที่นิยมในตลาดองค์กรมากนัก และซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการเครื่องแมคยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับฝั่งพี ซี ทางออกของกูเกิลคือเขียนขึ้นใช้เอง และล่าสุดก็เปิดเป็นโอเพนซอร์สให้คนอื่นนำไปใช้ได้ด้วย
โครงการนี้อยู่บน Google Code มีชื่อว่า google-macops โดยกูเกิลจะทยอยปล่อยเครื่องมือออกมาเรื่อยๆ ครับ
ข้อมูลจาก : blognone.com
Boxee ประกาศเลิกทำซอฟต์แวร์เวอร์ชันคอมพิวเตอร์
Boxee ประกาศเลิกทำซอฟต์แวร์เวอร์ชันคอมพิวเตอร์
Boxee เป็นบริษัทที่ทำซอฟต์แวร์ด้าน media center ซึ่งภายหลังก็ขยับขยายมาทำฮาร์ดแวร์ set-top box ในชื่อ Boxee Box แข่งกับ Apple TV ด้วย (ฮาร์ดแวร์ผลิตโดย D-Link)
ล่าสุดบริษัทออกมาเผย ข้อมูลของซอฟต์แวร์ Boxee รุ่นใหม่เวอร์ชัน 1.5 ซึ่งมีความสามารถใหม่หลายอย่าง แต่ที่น่าสนใจคือ Boxee ประกาศว่า Boxee 1.5 จะเป็นรุ่นสุดท้ายบนคอมพิวเตอร์ทั้งสามแพลตฟอร์มคือวินโดวส์ แมค ลินุกซ์
เหตุผล ของ Boxee คือซอฟต์แวร์เวอร์ชันคอมพิวเตอร์มีความสามารถเพียง 85% ของ Boxee Box เท่านั้น ด้วยเหตุผลด้านกฎหมายและข้อตกลงกับบริษัทอื่นๆ ทำให้ซอฟต์แวร์ Boxee ในฐานะ media center ไม่สามารถเล่นไฟล์ DRM ของบริการบางตัวอย่าง Netflix หรือ Pandora ได้
ในอนาคตจากนี้ไป Boxee จะมีอยู่บนอุปกรณ์ set-top box อย่าง Boxee Box, เครื่องเล่นบลูเรย์, สมาร์ททีวี, สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเท่านั้น ส่วนคอมพิวเตอร์จะเลิกสนใจแล้ว
ข้อมูลจาก : blognone.com
ล่าสุดบริษัทออกมาเผย ข้อมูลของซอฟต์แวร์ Boxee รุ่นใหม่เวอร์ชัน 1.5 ซึ่งมีความสามารถใหม่หลายอย่าง แต่ที่น่าสนใจคือ Boxee ประกาศว่า Boxee 1.5 จะเป็นรุ่นสุดท้ายบนคอมพิวเตอร์ทั้งสามแพลตฟอร์มคือวินโดวส์ แมค ลินุกซ์
เหตุผล ของ Boxee คือซอฟต์แวร์เวอร์ชันคอมพิวเตอร์มีความสามารถเพียง 85% ของ Boxee Box เท่านั้น ด้วยเหตุผลด้านกฎหมายและข้อตกลงกับบริษัทอื่นๆ ทำให้ซอฟต์แวร์ Boxee ในฐานะ media center ไม่สามารถเล่นไฟล์ DRM ของบริการบางตัวอย่าง Netflix หรือ Pandora ได้
ในอนาคตจากนี้ไป Boxee จะมีอยู่บนอุปกรณ์ set-top box อย่าง Boxee Box, เครื่องเล่นบลูเรย์, สมาร์ททีวี, สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเท่านั้น ส่วนคอมพิวเตอร์จะเลิกสนใจแล้ว
ข้อมูลจาก : blognone.com
Mozilla ออก Firefox 9.0.1 แก้ปัญหาแครช
Mozilla ออก Firefox 9.0.1 แก้ปัญหาแครช ข่าวสั้นครับ หลัง Firefox 9 ออกรุ่นจริง เพียงวันเดียว ทาง Mozilla ก็ออก 9.0.1 ตามมาทันที โดยแก้บั๊กที่ทำให้เบราว์เซอร์แครชบนระบบปฏิบัติการหลักทั้งสามตัว ในกรณีที่ติดตั้งทูลบาร์บางตัวลงไป
รายละเอียดของบั๊กดูได้ที่ Bugzilla #711794
ข้อมูลจาก : blognone.com
รายละเอียดของบั๊กดูได้ที่ Bugzilla #711794
ข้อมูลจาก : blognone.com
AMD ออก Radeon HD 7970 การ์ดจอ GPU เดี่ยวที่แรงที่สุด, ผลิตที่ 28 นาโนเมตร
AMD ออก Radeon HD 7970 การ์ดจอ GPU เดี่ยวที่แรงที่สุด, ผลิตที่ 28 นาโนเมตร
สงครามการ์ดจอกลับมาอีกแล้ว เมื่อค่าย AMD เปิดตัว Radeon HD รุ่น 7xxx ตัวแรกคือ Radeon HD 7970 ซึ่งเป็นการ์ดจอที่แรงที่สุดในตอนนี้ (ถ้านับเฉพาะกลุ่มที่ใช้ GPU ตัวเดียว)
HD 7970 หรือโค้ดเนม Tahiti XT ถือเป็นการ์ดจอตัวแรกในตระกูล Southern Islands (7xxx) ซึ่งเปลี่ยนสถาปัตยกรรมภายในใหม่ชื่อ Graphics Core Next (GCN) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เทียบได้กับ Fermi ของฝั่ง NVIDIA นอกจากนี้ยังใช้การผลิตที่ 28 นาโนเมตร ถือเป็นการ์ดจอตัวแรกที่ใช้การผลิตระดับนี้ (รุ่นเก่าผลิตที่ 40 นาโนเมตร)
HD 7970 มีประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่าเดิม 150% (เทียบกับ HD 6970) มีหน่วยประมวลผล stream processor จำนวน 2048 ตัว (6970 มี 1536 ตัว) และทำงานที่สัญญาณนาฬิกา 925MHz
ฟีเจอร์อื่นๆ ได้แก่รองรับ PCI Express 3.0, ใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน AMD ZeroCore Power ช่วยลดพลังงานยามที่ GPU ไม่ต้องประมวลผล และ AMD PowerTune ที่ช่วยปรับระดับสัญญาณนาฬิกาลงมาให้เหมาะตามงาน
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์มาตรฐานของฝั่ง AMD อย่าง CrossFire และ Eyefinity ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกด้วย
ตัวการ์ด HD 7970 เปิดตัวแล้ววันนี้ จะเริ่มวางขายจริง 9 มกราคมปีหน้า ราคาขายปลีกอยู่ที่ 549 ดอลลาร์ (17,200 บาท) ส่วนการ์ดจอสาย Radeon HD 7xxx ตัวที่ต่ำกว่าและถูกกว่านี้ก็จะตามมาในช่วงต้นปีหน้าตามธรรมเนียม
ผลการทดสอบมีให้อ่านที่ AnandTech ครับ ผมดูผ่านๆ พบว่าดีกว่าตัวระดับเดียวกันรุ่นก่อน HD 6970 และคู่แข่งโดยตรงอย่าง GeForce GTX 580 พอสมควร (15-20%) แถมบางการทดสอบได้คะแนนดีกว่ารุ่น GPU คู่อย่าง HD 6990/GTX 590 ด้วย
ข้อมูลจาก : blognone.com
สงครามการ์ดจอกลับมาอีกแล้ว เมื่อค่าย AMD เปิดตัว Radeon HD รุ่น 7xxx ตัวแรกคือ Radeon HD 7970 ซึ่งเป็นการ์ดจอที่แรงที่สุดในตอนนี้ (ถ้านับเฉพาะกลุ่มที่ใช้ GPU ตัวเดียว)
HD 7970 หรือโค้ดเนม Tahiti XT ถือเป็นการ์ดจอตัวแรกในตระกูล Southern Islands (7xxx) ซึ่งเปลี่ยนสถาปัตยกรรมภายในใหม่ชื่อ Graphics Core Next (GCN) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เทียบได้กับ Fermi ของฝั่ง NVIDIA นอกจากนี้ยังใช้การผลิตที่ 28 นาโนเมตร ถือเป็นการ์ดจอตัวแรกที่ใช้การผลิตระดับนี้ (รุ่นเก่าผลิตที่ 40 นาโนเมตร)
HD 7970 มีประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่าเดิม 150% (เทียบกับ HD 6970) มีหน่วยประมวลผล stream processor จำนวน 2048 ตัว (6970 มี 1536 ตัว) และทำงานที่สัญญาณนาฬิกา 925MHz
ฟีเจอร์อื่นๆ ได้แก่รองรับ PCI Express 3.0, ใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน AMD ZeroCore Power ช่วยลดพลังงานยามที่ GPU ไม่ต้องประมวลผล และ AMD PowerTune ที่ช่วยปรับระดับสัญญาณนาฬิกาลงมาให้เหมาะตามงาน
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์มาตรฐานของฝั่ง AMD อย่าง CrossFire และ Eyefinity ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกด้วย
ตัวการ์ด HD 7970 เปิดตัวแล้ววันนี้ จะเริ่มวางขายจริง 9 มกราคมปีหน้า ราคาขายปลีกอยู่ที่ 549 ดอลลาร์ (17,200 บาท) ส่วนการ์ดจอสาย Radeon HD 7xxx ตัวที่ต่ำกว่าและถูกกว่านี้ก็จะตามมาในช่วงต้นปีหน้าตามธรรมเนียม
ผลการทดสอบมีให้อ่านที่ AnandTech ครับ ผมดูผ่านๆ พบว่าดีกว่าตัวระดับเดียวกันรุ่นก่อน HD 6970 และคู่แข่งโดยตรงอย่าง GeForce GTX 580 พอสมควร (15-20%) แถมบางการทดสอบได้คะแนนดีกว่ารุ่น GPU คู่อย่าง HD 6990/GTX 590 ด้วย
ข้อมูลจาก : blognone.com
Firefox 9 ออกแล้ว ประมวลผลจาวาสคริปต์เร็วขึ้น 30%
จริงๆ ตัวไฟล์เปิดให้ดาวน์โหลดมาสองวันแล้ว แต่ผมรอให้ประกาศอย่างเป็นทางการออกเสียก่อนนะครับ (เชื่อว่าคนแถวนี้คงรัน Beta/Aurora กันเยอะด้วย)
ของใหม่ของ Firefox 9 รุ่นเดสก์ท็อป ได้แก่
รายละเอียดอ่านที่ Firefox 9 Release Notes
ของใหม่ของ Firefox 9 รุ่น Android ได้แก่
ที่เหลืออ่านจาก Firefox Mobile Release Notes
ข้อมูลจาก : blognone.com
ของใหม่ของ Firefox 9 รุ่นเดสก์ท็อป ได้แก่
- โครงการ Type Inference ที่ช่วยให้เอนจินจาวาสคริปต์ SpiderMonkey เฝ้าดูชนิดของตัวแปรหรือ type ในโค้ดจาวาสคริปต์บนเว็บเพจขณะรัน ผลคือการคอมไพล์ในระดับ JIT มีประสิทธิภาพมากขึ้น (รายละเอียด) พูดง่ายๆ ว่าการประมวลผลจาวาสคริปต์จะเร็วขึ้น 30% ถ้าวัดตามเบนช์มาร์คดังๆ อย่าง V8/Kraken โหมดการประมวลผลนี้จะถูกเปิดใช้เป็น default ใน Firefox 9
- รองรับฟีเจอร์ของ Mac OS X Lion เช่น gesture แบบสองนิ้ว และปรับธีมให้เข้ากับ Lion
- ปรับปรุงเอนจินแสดงผลให้รองรับ CSS3 มากขึ้น
ของใหม่ของ Firefox 9 รุ่น Android ได้แก่
- ปรับอินเทอร์เฟซใหม่หมด ให้เหมาะกับหน้าจอของแท็บเล็ตมากขึ้น (ข่าวเก่า 1, ข่าวเก่า 2) หน้าตาดูได้จากวิดีโอ
- เพิ่มฟีเจอร์ของ HTML5 ให้รองรับการใช้กล้องของมือถือ
- รองรับ HTML5 Form Validation API ให้นักพัฒนาเว็บสามารถตรวจสอบข้อมูลของฟอร์มบนหน้าเว็บได้ง่ายขึ้น
ที่เหลืออ่านจาก Firefox Mobile Release Notes
ข้อมูลจาก : blognone.com
Mozilla ต่อสัญญากับกูเกิลไปอีก 3 ปี
Mozilla ต่อสัญญากับกูเกิลไปอีก 3 ปี
Mozilla ต่อสัญญากับกูเกิลไปอีก 3 ปี จากข่าวก่อนหน้านี้ว่า สัญญา search box ของกูเกิลใน Firefox หมดระยะลง และทางต้นสังกัด Mozilla ก็ตอบอ้อมแอ้มในเรื่องนี้ ทำให้มีกระแสข่าวว่ากูเกิลจะไม่ต่อสัญญาอีก
ล่า สุดข่าวลือทั้งปวงก็ได้เวลาจากลา เพราะ Mozilla ออกมาแถลงข่าวแล้วว่าเซ็นสัญญากับกูเกิลเรียบร้อย ต่อเวลาไปอีก 3 ปี โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดของสัญญาเช่นเดิม ซึ่งหมายความว่า Firefox จะใช้กูเกิลเป็นเครื่องมือค้นหาหลักต่อไปนั่นเอง
Mozilla ต่อสัญญากับกูเกิลไปอีก 3 ปี จากข่าวก่อนหน้านี้ว่า สัญญา search box ของกูเกิลใน Firefox หมดระยะลง และทางต้นสังกัด Mozilla ก็ตอบอ้อมแอ้มในเรื่องนี้ ทำให้มีกระแสข่าวว่ากูเกิลจะไม่ต่อสัญญาอีก
ล่า สุดข่าวลือทั้งปวงก็ได้เวลาจากลา เพราะ Mozilla ออกมาแถลงข่าวแล้วว่าเซ็นสัญญากับกูเกิลเรียบร้อย ต่อเวลาไปอีก 3 ปี โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดของสัญญาเช่นเดิม ซึ่งหมายความว่า Firefox จะใช้กูเกิลเป็นเครื่องมือค้นหาหลักต่อไปนั่นเอง
Ubuntu เตรียมถอนจาวาของออราเคิลออกจากเครื่องของผู้ใช้
Ubuntu เตรียมถอนจาวาของออราเคิลออกจากเครื่องของผู้ใช้ การเข้ามาของออราเคิลใน โลกจาวาทำให้มีความเปลี่ยนแปลงต่อท่าทีของโลกโอเพนซอร์สไปมาก ท่าทีที่สำคัญอันหนึ่งคือการยกเลิก "Operating System Distributor License for Java" ซึ่งเป็นการให้สิทธิพิเศษกับลินุกซ์ที่จะสามารถรวมจาวาของซันไปกับลินุกซ์ ได้ โดยในสมัยซันนั้นสัญญาอนุญาตตัวนี้ออกมาเพื่อยอมอะลุ่มอล่วยกับลินุกซ์ แต่การยกเลิกก็ทำให้ Canonical ผู้ดูแล Ubuntu ไม่สามารถแจกจาวาของออราเคิลรุ่นใหม่ๆ ได้อีกต่อไป ทำให้ทาง Canonical เตรียมถอนแพ็กเกจ sun-java6 ออกจากระบบผู้ใช้ในการอัพเดตในอนาคต เพราะไม่สามารถดูแลความปลอดภัยให้ได้
ทาง Canonical แนะนำให้ผู้ใช้หันไปใช้ openjdk-6-jdk และ openjdk-6-jre แทนเพื่อใช้งานจาวาบน Ubuntu ต่อไป หรืออาจจะต้องติดต่อทางออราเคิลเพื่อหาตัวติดตั้งมาลงเอง
จาวาบนลิ นุกซ์มีส่วนที่สำคัญมากคือ Eclipse และ SDK อื่นๆ เช่น Android SDK เราอาจจะต้องตามข่าวกันต่อไปว่าซอฟต์แวร์พวกนี้มีปัญหากับ OpenJDK หรือไม่ ถ้าหากว่ามีปัญหาก็อาจจะได้เวลาต้องมาแก้กันอีกแล้ว
ข้อมูลจาก : blognone.com
ทาง Canonical แนะนำให้ผู้ใช้หันไปใช้ openjdk-6-jdk และ openjdk-6-jre แทนเพื่อใช้งานจาวาบน Ubuntu ต่อไป หรืออาจจะต้องติดต่อทางออราเคิลเพื่อหาตัวติดตั้งมาลงเอง
จาวาบนลิ นุกซ์มีส่วนที่สำคัญมากคือ Eclipse และ SDK อื่นๆ เช่น Android SDK เราอาจจะต้องตามข่าวกันต่อไปว่าซอฟต์แวร์พวกนี้มีปัญหากับ OpenJDK หรือไม่ ถ้าหากว่ามีปัญหาก็อาจจะได้เวลาต้องมาแก้กันอีกแล้ว
ข้อมูลจาก : blognone.com
Adobe ซื้อบริษัทโฆษณา Efficient Frontier มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์
Adobe ซื้อบริษัทโฆษณา Efficient Frontier มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ Adobe เข้าซื้อบริษัทโฆษณาบน search engine ชื่อ Efficient Frontier ด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์
ความ เชี่ยวชาญของ Efficient Frontier อยูที่การเลือกซื้อโฆษณา และปรับแต่งประสิทธิภาพของการโฆษณาออนไลน์ให้คุ้มค่าที่สุด ในแถลงการณ์ของ Adobe บอกว่าซื้อรอบนี้เพื่อเสริมทัพผลิตภัณฑ์สายการตลาดดิจิทัลตระกูล Omniture ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2009
รอบสองปีหลังนี้ Adobe ซื้อบริษัทด้านโฆษณาออนไลน์มาแล้ว 4 ราย นอกจากสองชื่อข้างต้นก็ยังมี Demdex กับ Auditude อีกสองราย
ข้อมูลจาก : blognone.com
ความ เชี่ยวชาญของ Efficient Frontier อยูที่การเลือกซื้อโฆษณา และปรับแต่งประสิทธิภาพของการโฆษณาออนไลน์ให้คุ้มค่าที่สุด ในแถลงการณ์ของ Adobe บอกว่าซื้อรอบนี้เพื่อเสริมทัพผลิตภัณฑ์สายการตลาดดิจิทัลตระกูล Omniture ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2009
รอบสองปีหลังนี้ Adobe ซื้อบริษัทด้านโฆษณาออนไลน์มาแล้ว 4 ราย นอกจากสองชื่อข้างต้นก็ยังมี Demdex กับ Auditude อีกสองราย
ข้อมูลจาก : blognone.com
ผลทดสอบแรก Intel Cedar Trail มาแล้ว, GPU แรงกว่า AMD Ontario
ผลทดสอบแรก Intel Cedar Trail มาแล้ว, GPU แรงกว่า AMD Ontario ถ้าใครกำลังคิดจะเปลี่ยน เน็ตบุ๊กในช่วงปีที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเข้ามาของ AMD Ontario C-50 และ C-60 ที่ใส่ GPU มาจนพอที่จะเล่นไฟล์ 1080p ได้ หลังจากปล่อยให้เอเอ็มดีกินตลาดนี้อยู่พักใหญ่ ตอนนี้อินเทลก็กลับมาแล้วด้วย Cedar Trail
เว็บ Netbook Live ได้รับเครื่อง Asus EEE PC X101CH เน็ตบุ๊กหน้าจอขนาด 10 นิ้ว และทดสอบผลการใช้งานเบื้องต้น โดยมีประเด็นสำคัญคือมันมาพร้อมกับ GPU ใหม่ Intel HD 3600 ที่รองรับ DirectX 10.1 ซึ่งหมายถึงมันรองรับ DxVA ที่ใช้ GPU มาช่วยถอดรหัสวิดีโอ
ผลทดสอบสำคัญคือวิดีโอ ที่ Netbook Live ยืนยันว่าสามารถเล่นวิดีโอด้วย Flash ที่ความละเอียด 720p ได้ และสามารถเล่นวิดีโอด้วยซอฟต์แวร์ภายนอกได้ที่ความละเอียด 1080p ได้โดยไม่กระตุก โดยความแรงของ GPU นั้นแรงกว่า AMD Ontario เสียอีก แม้จะสามารถเล่นไฟล์ 1080p ได้ทั้งคู่ ส่วน CPU นั้นทางฝั่ง Ontario ยังแรงกว่าเล็กน้อย
ความได้เปรียบสำคัญของ Cedar Trail คือมันเงียบมากเนื่องจากเน็ตบุ๊กตัวนี้ไม่มีพัดลม ทำให้เสียงมีเพียงเสียงฮาร์ดดิสก์หมุนเท่านั้น หากเลือกใช้ SSD ก็คงไม่มีเสียงอะไรอีกเลย
งานนี้เอเอ็มดีคงมีการบ้านหนักว่าปีหน้าจะทำอย่างไรต่อไป
ข้อมูลจาก : blognone.com
เว็บ Netbook Live ได้รับเครื่อง Asus EEE PC X101CH เน็ตบุ๊กหน้าจอขนาด 10 นิ้ว และทดสอบผลการใช้งานเบื้องต้น โดยมีประเด็นสำคัญคือมันมาพร้อมกับ GPU ใหม่ Intel HD 3600 ที่รองรับ DirectX 10.1 ซึ่งหมายถึงมันรองรับ DxVA ที่ใช้ GPU มาช่วยถอดรหัสวิดีโอ
ผลทดสอบสำคัญคือวิดีโอ ที่ Netbook Live ยืนยันว่าสามารถเล่นวิดีโอด้วย Flash ที่ความละเอียด 720p ได้ และสามารถเล่นวิดีโอด้วยซอฟต์แวร์ภายนอกได้ที่ความละเอียด 1080p ได้โดยไม่กระตุก โดยความแรงของ GPU นั้นแรงกว่า AMD Ontario เสียอีก แม้จะสามารถเล่นไฟล์ 1080p ได้ทั้งคู่ ส่วน CPU นั้นทางฝั่ง Ontario ยังแรงกว่าเล็กน้อย
ความได้เปรียบสำคัญของ Cedar Trail คือมันเงียบมากเนื่องจากเน็ตบุ๊กตัวนี้ไม่มีพัดลม ทำให้เสียงมีเพียงเสียงฮาร์ดดิสก์หมุนเท่านั้น หากเลือกใช้ SSD ก็คงไม่มีเสียงอะไรอีกเลย
งานนี้เอเอ็มดีคงมีการบ้านหนักว่าปีหน้าจะทำอย่างไรต่อไป
ข้อมูลจาก : blognone.com
Cloud Foundry รองรับ .NET แล้ว, อัพเดตรับ Spring 3.1 และ Grails 2.0
Cloud Foundry รองรับ .NET แล้ว, อัพเดตรับ Spring 3.1 และ Grails 2.0 เมื่อวานเราเพิ่งเห็นข่าว Windows Azure รองรับเทคโนโลยีฝั่งโอเพนซอร์สหลายตัว วันนี้ Cloud Foundry บริการกลุ่มเมฆแบบ PaaS ของค่าย VMware ที่เคยเจาะตลาดฝั่งโอเพนซอร์สมาก่อน ก็ทำกลับกันคือรองรับ .NET แล้ว
Cloud Foundry เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ แรกเริ่มรองรับภาษาโปรแกรม 3 ตระกูลคือ Java (Springs/Grails), Ruby (Rails/Sinatra) และ JavaScript (Node.js) แต่ภายหลังก็เพิ่ม Python/Django และ PHP โดยจับมือกับบริษัทคู่ค้าอื่นๆ
ส่วนของ .NET ในรอบนี้จะเหมือนกับ Python หรือ PHP นั่นคือ VMware จับมือกับบริษัท Tier 3 ซึ่งเชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยีของฝั่งไมโครซอฟท์บนกลุ่มเมฆ โดย Tier 3 จะแยกโครงการ (fork) จาก Cloud Foundry ออกมาเป็นโครงการใหม่คือ Iron Foundry สำหรับงานสาย .NET บนกลุ่มเมฆโดยเฉพาะ
ตอน นี้ Cloud Foundry และ Iron Foundry ถือเป็นโครงการแยกจากกัน แต่ทั้งสองบริษัทคือ VMware กับ Tier 3 ก็สัญญาว่าจะพยายามให้โค้ดซิงก์กันให้มากที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง กันคือ Cloud Foundry สายหลักของ VMware ประกาศรองรับเฟรมเวิร์คสาย Java เวอร์ชันใหม่คือ Spring 3.1 และ Grails 2.0 แล้ว
ข้อมูลจาก : blognone.com
Cloud Foundry เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ แรกเริ่มรองรับภาษาโปรแกรม 3 ตระกูลคือ Java (Springs/Grails), Ruby (Rails/Sinatra) และ JavaScript (Node.js) แต่ภายหลังก็เพิ่ม Python/Django และ PHP โดยจับมือกับบริษัทคู่ค้าอื่นๆ
ส่วนของ .NET ในรอบนี้จะเหมือนกับ Python หรือ PHP นั่นคือ VMware จับมือกับบริษัท Tier 3 ซึ่งเชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยีของฝั่งไมโครซอฟท์บนกลุ่มเมฆ โดย Tier 3 จะแยกโครงการ (fork) จาก Cloud Foundry ออกมาเป็นโครงการใหม่คือ Iron Foundry สำหรับงานสาย .NET บนกลุ่มเมฆโดยเฉพาะ
ตอน นี้ Cloud Foundry และ Iron Foundry ถือเป็นโครงการแยกจากกัน แต่ทั้งสองบริษัทคือ VMware กับ Tier 3 ก็สัญญาว่าจะพยายามให้โค้ดซิงก์กันให้มากที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง กันคือ Cloud Foundry สายหลักของ VMware ประกาศรองรับเฟรมเวิร์คสาย Java เวอร์ชันใหม่คือ Spring 3.1 และ Grails 2.0 แล้ว
ข้อมูลจาก : blognone.com
Kinectimals เกมแรกของไมโครซอฟท์บน iOS
Kinectimals เกมแรกของไมโครซอฟท์บน iOSหลังจากไมโครซอฟท์ออกแอพบน iOS มาหลายตัว ก็ถึงเวลาของ "เกมจากไมโครซอฟท์" บน App Store บ้างเสียที
Kinectimals เกมเลี้ยงสัตว์ที่เคยลง Xbox/Kinect และเวอร์ชันมือถือบน Windows Phone ถูกพอร์ตมาลง iOS เรียบร้อยแล้ว รูปแบบของเกมคงไม่ต่างกับเวอร์ชัน Windows Phone แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าไมโครซอฟท์เองก็จริงจังกับการทำแอพลงมือถือแพ ลตฟอร์มอื่นๆ ด้วย
ราคาเกม 2.99 ดอลลาร์ เล่นได้ทั้งบน iPad/iPhone และสามารถเล่นร่วมกับ Kinectimals เวอร์ชัน Xbox ได้ด้วย - App Store

Kinectimals เกมเลี้ยงสัตว์ที่เคยลง Xbox/Kinect และเวอร์ชันมือถือบน Windows Phone ถูกพอร์ตมาลง iOS เรียบร้อยแล้ว รูปแบบของเกมคงไม่ต่างกับเวอร์ชัน Windows Phone แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าไมโครซอฟท์เองก็จริงจังกับการทำแอพลงมือถือแพ ลตฟอร์มอื่นๆ ด้วย
ราคาเกม 2.99 ดอลลาร์ เล่นได้ทั้งบน iPad/iPhone และสามารถเล่นร่วมกับ Kinectimals เวอร์ชัน Xbox ได้ด้วย - App Store
Mac App Store ยอดดาวน์โหลดทะลุ 100 ล้านครั้ง
Mac App Store ยอดดาวน์โหลดทะลุ 100 ล้านครั้ง แอปเปิลประกาศความสำเร็จ ของ Mac App Store ว่ามียอดดาวน์โหลดครบ 100 ล้านครั้งแล้ว โดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปีนับตั้งแต่เปิดร้านมา ส่วนจำนวนแอพบอกว่ามี "หลักพัน" ทั้งแอพฟรีและเสียเงิน
ในโอกาสเดียวกัน แอปเปิลยังบอกว่า iPhone App Store มีแอพแตะหลัก 500,000 ตัวแล้ว ยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 พันล้านครั้งต่อเดือน และยอดดาวน์โหลดรวมคือ 1.8 หมื่นล้านครั้ง
ข้อมูลจาก : blognone.com
ในโอกาสเดียวกัน แอปเปิลยังบอกว่า iPhone App Store มีแอพแตะหลัก 500,000 ตัวแล้ว ยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 พันล้านครั้งต่อเดือน และยอดดาวน์โหลดรวมคือ 1.8 หมื่นล้านครั้ง
ข้อมูลจาก : blognone.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
